อาจเป็นเพราะฝน

 เพราะเวลาที่ฝนตกย่อมสัมพันธ์กับอารมณ์ความรู้สึก
ถ้าฝนตกแล้วใจเรามีความยินดี ความคิดถึง บนพื้นฐานของความสุขก็น่าจะดีสินะ แต่ความเป็นจริงแล้ว ปฏิเสธไม่ได้เลยว่า หลายๆ คน ตกอยู่ในห้วงอารมณ์ “เศร้า” เพียงแค่กระพริบตา หยดน้ำตาก็ไหลลงมาโดยไม่รู้ตัว และอาจจมอยู่กับอารมณ์เศร้าอยู่นานเลยทีเดียว งานวิจัยเชิงจิตวิทยาของ Philippe Verduyn และ Saskia Lavrijsen จากมหาวิทยาลัย Leuven ในเบลเยียม อธิบายผลวิจัยจากการทดลองเฝ้าติดตามพฤติกรรม และการแสดงออกทางอารมณ์ของนักเรียนในโรงเรียนเบลเยียม ไว้ว่า  ความเศร้า (Sadness) จัดการยากที่สุด ใช้เวลานานที่สุด ในขณะที่ความรู้สึกอื่นๆ เช่น ดีใจ ตื่นเต้น เขินอาย อยู่กับเราเพียงชั่วครู่แล้วก็จากไป
ความยืดหยุ่นในการจัดการอารมณ์ หรือ Resilience Quotient จะเป็นอีกหนึ่งทางออกสำหรับผู้ที่ตกอยู่ในอารมณ์เศร้า หดหู่ โกรธ หรือจมอยู่กับปัญหา
“การฟื้นฟูพลังใจในภาวะวิกฤต เป็นศักยภาพทางอารมณ์และจิตใจในการปรับใจและพื้น ตัวภายหลังที่พบกับเหตุการณ์วิกฤตหรือสถานการณ์ที่ก่อให้เกิดความยากลำบาก เป็นคุณสมบัติหนึ่งที่ช่วยให้บุคคลผ่านพ้นปัญหาอุปสรรคและดำเนินชีวิตได้อย่างมีความสุข เป็นกระบวนการปรับใจและฟื้นตัวเมื่อต้องเผชิญกับสถานการณ์ยากลำบากหรือวิกฤตได้สำเร็จ แสดงให้เห็นถึงการเอาชนะปัญหาอุปสรรคของชีวิตโดยใช้พลังสุขภาพจิตที่ดีที่เข้มแข็ง” อัจฉรา สุขารมณ์ อธิบายถึงภาวะทางอารมณ์ จากงานวิจัยเรื่องการฟื้นฟูพลังใจในภาวะวิกฤต
ความเจ็บปวด ความเศร้า เป็นสิ่งที่เราทุกคนต้องพบเจออย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้อยู่แล้ว ก็พอๆ กับความสุข ความสนุก ที่เข้ามาทำให้จิตใจเราเบิกบานและยิ้มแย้มไปได้ทั้งวัน ผู้เขียนเชื่ออย่างหนึ่งว่า ธรรมชาติไม่เคยปล่อยให้มนุษย์อย่างเราๆ เริงร่ากับความสุขได้อย่างยาวนาน โดยที่ไม่เรียนรู้และยอมรับความเศร้า เมื่อไหร่ก็ตามที่เราปล่อยใจหรือตักตวงรับเอาแต่ความสุขเพียงอย่างเดียว เมื่อนั้นความทุกข์ซึ่งเป็นความรู้สึกด้านตรงข้าม จะเข้าเร่งงานเราอย่างทันทีโดยไร้ความปราณี
ทำให้ตัวเรา “รู้สึกกลางๆ” เมื่อไหร่ที่มีความสุข ให้รู้ว่าความทุกข์มีอยู่จริง และเมื่อไหร่ที่พบเจอกับความทุกข์ ก็ต้องอนุญาตให้ความรู้สึกนั้นอยู่กับเราเพียงไม่นาน เพราะที่สุดแล้ว หลังฝนตก ฟ้าก็จะสดใสเสมอ พิจารณาทุกความรู้สึกที่เข้ามา โดยทำความเข้าใจธรรมชาติของชีวิต ตามหลักของไตรลักษณ์ที่ว่า “เกิดขึ้น ตั้งอยู่ และดับไป” เพราะไม่มีสิ่งใดๆ จะอยู่กับเราตลอดไป ทุกสิ่งล้วนถูกกำหนดด้วยระยะเวลา ไม่วาจะเร็วหรือช้า ความรู้สึกที่เกิดขึ้นจะเบาบาง เจือจาง และหายไป
ฟากฝั่งทฤษฎี Gail M. Wagnild & Heather M. Young ได้แบ่งความสามารถในการฟื้นฟูพลังใจในภาวะวิกฤตออกเป็น 5 องค์ประกอบ คือ
1. ความสงบทางใจ (Equanimity) การมีความสมดุลในจิตใจ
2. ความอุตสาหะ (Perseverance) การที่มีความพยายามที่จะสู้กับปัญหาที่เกิดขึ้น
3. ความเชื่อมั่นในตนเอง (Self-reliance) การมีความมั่นใจในความสามารถของ ตนเองในการแก้ไขปัญหา
4. การตระหนักถึงคุณค่าและความหมายในชีวิต (Meaningfulness)
5. การดำรงชีวิตโดยรู้ถึงการมีเส้นทางชีวิตของแต่ละฝ่าย ของใครของคนนั้น (Existential aloneness)
ความสามารถในการฟื้นฟูจิตใจนั้น เป็นเรื่องที่ต้องอาศัยประสบการณ์และการคิดเชิงบวก มองชีวิตในแง่บวกและรักตัวเองมากพอ เพราะเมื่อเรามีทัศนคติที่ดีต่อตัวเองแล้ว เราก็จะไม่จมจ่ออยู่กับความทุกข์ใจ ความโศกเศร้านาน

ที่มา: สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ

Leave a Reply

Related Post

อันตรายของโรคกระดูกพรุนอันตรายของโรคกระดูกพรุน

โรคกระดูกพรุน หมายถึง โรคที่ความแข็งแรงของกระดูกลดลง จนทำให้เกิดความเสี่ยงต่อการเกิดกระดูกหัก โดยเหตุที่อุบัติเหตุเล็กน้อยก็อาจจะทำให้กระดูกหักได้ ความสำคัญกับอันตรายของโรคนี้ ถ้าเป็นปกติโดยทั่วไปเดินหกล้มบนพื้นราบธรรมดา เราไม่เป็นอะไร อย่างมากเราอาจจะข้อเท้าพลิก เจ็บมือนิดหน่อย เอามือยันพื้นได้ แต่กลุ่มคนที่เป็นโรคกระดูกพรุน เราลื่นล้มบนพื้นราบ ก็อาจจะทำให้เกิดกระดูกหักได้ มือยันพื้น ข้อมือหัก สะโพกกระแทกพื้นสะโพกหัก นี่คือความอันตรายของโรคกระดูกพรุนอ.นพ.กุลพัชร จุลสำลี ศัลยแพทย์กระดูกและข้อสถาบันการแพทย์จักรีนฤบดินทร์ เผยถึงสาเหตุของโรคกระดูกพรุน ในรายการพบหมอรามาฯทางสถานี RAMA CHANNE ว่า ปกติกระดูกของเราจะมีการสร้างและการทำลายกระดูกอย่างสม่ำเสมอ ในช่วงอายุก่อน 30-35 ปีเราจะมีการสร้างและการทำลายกระดูก ที่มีการสร้างมากกว่าการทำลาย เพราะฉะนั้นกระดูกจะค่อยๆ

ความรู้เรื่องโรค

โรคภูมิแพ้โรคภูมิแพ้

     โรคภูมิแพ้ คือโรคที่มีความผิดปกติของระบบภูมิคุ้มกัน โดยที่ร่างกายจะมีปฏิกิริยาไวต่อสารที่ก่อให้เกิดโรคภูมิแพ้หรือสารระคายเคือง ซึ่งจะทำให้เกิดอาการแพ้ โรคชนิดนี้มักไม่ค่อยรุนแรงถึงชีวิต แต่จะส่งผลรบกวนต่อการใช้ชีวิตประจำวัน ไม่ว่าจะเป็นการเรียนหรือทำงาน สาเหตุหลักคือ กรรมพันธุ์ การเปลี่ยนแปลงของสิ่งแวดล้อม ไม่ออกกำลังกายทำให้ร่างกายอ่อนแอ การรับประทานอาหารจานด่วนมากขึ้น ทำให้ได้รับสารอาหารไม่ครบถ้วน การสูบบุหรี่ มลพิษ การเลี้ยงสัตว์เลี้ยงในบ้าน และการตกแต่งบ้านด้วยการปูพรม ซึ่งเป็นแหล่งสะสมของฝุ่นละออง และการติดเครื่องปรับอากาศทำให้อากาศถ่ายเทไม่สะดวก ทำให้เชื้อไรฝุ่นเจริญเติบโตได้ดีอาการของโรคภูมิแพ้- มีผื่นที่ผิวหนัง เช่นผื่นแพ้ ลมพิษ คันตามผิวหนัง- คัดจมูก น้ำมูกไหล จาม- ไอ

ความรู้เรื่องโรค

โรคตาแดง (Conjunctivitis)โรคตาแดง (Conjunctivitis)

เกิดจากการอักเสบของเยื่อบุตา จากการติดเชื้อไวรัส เป็นกลุ่มอาดิโนไวรัส ส่วนใหญ่จะติดต่อโดยตรงจากการสัมผัสน้ำตาของผู้ป่วย ที่ติดมากับนิ้วมือ และแพร่จากนิ้วมือมาติดที่ตาโดยตรง ไม่ติดต่อทางการสบสายตา ทางอากาศ หรือทางรับประทานอาหารร่วมกัน อาการเกิดได้ภายใน 1-2 วัน ระยะการติดต่อไปยังผู้อื่นประมาณ 14 วัน สามารถติดต่อได้ง่ายทั้งเด็กและผู้ใหญ่ พบได้บ่อยในเด็กเล็กและนักเรียนชั้นประถมศึกษา เป็นโรคที่ไม่มีอันตรายรุนแรง แต่ถ้าไม่ได้รับการรักษาตั้งแต่เริ่มป่วย อาจติดเชื้อแบคทีเรียแทรกซ้อนทำให้ตาพิการได้การติดต่อจะติดต่อกันง่ายมากโดย การคลุกคลีใกล้ชิด หรือสัมผัสกับผู้ป่วยโรคตาแดง ใช้เสื้อผ้า หรือสิ่งของร่วมกับผู้ป่วย ปล่อยให้ฝุ่นละออง หรือน้ำสกปรกเข้าตา ปล่อยให้แมลงวี่ หรือแมลงวันตอมตา ไม่รักษาความสะอาดของร่างกาย โดยเฉพาะมือและใบหน้า

ความรู้เรื่องโรค
LIANUDOM Digital Group