ไวรัสโคโรน่าสายพันธุ์ใหม่ 2019 คือ โรคติดต่อทางระบบเดินหายใจ เกิดจากเชื้อไวรัสที่มีชื่อว่า Corona Virus (CoV) มีชื่อทางการว่า “โรคระบาดปอดอักเสบจากเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่” ซึ่งไวรัสตัวนี้อยู่ในตระกูลเดียวกับไวรัสที่ก่อให้เกิด โรคซาร์ส (SARS) หรือ โรคเมอร์ส (MERS) แต่ก็ไม่ร้ายแรงเท่าและมีอัตราการเสียชีวิตต่ำกว่า โดยเชื้อ ไวรัสโคโรน่า สามารถแพร่กระจายจากคนสู่คนได้จากการไอ จาม สัมผัสตัวหรือสารคัดหลั่ง เช่น น้ำมูก น้ำลาย ของคนที่ป่วย คำแนะนำในการปฏิบัติตัว
เมื่อวันที่ 25 กุมภาพันธ์ 2563 โรงพยาบาล อบจ.ภูเก็ต นำทีมโดยนายแพทย์กิตติ ปรมัตถผล, นักกายภาพบำบัด และเจ้าหน้าที่ฝ่ายส่งเสริมสุขภาพและควบคุมโรค กองสาธารณสุข อบจ.ภูเก็ต พร้อมด้วย นายอำนวย หลิมปานนท์ สมาชิกสภาเทศบาลตำบลศรีสุนทร และเจ้าหน้าที่โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลบ้านม่าหนิก ได้ลงพื้นที่ออกเยี่ยมผู้ป่วยเรื้อรังและผู้พิการที่บ้าน ประจำเดือนกุมภาพันธ์ 2563 ในเขตพื้นที่ตำบลศรีสุนทร อำเภอถลาง จังหวัดภูเก็ต การลงพื้นที่ครั้งนี้ทางแพทย์และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องได้ทำการตรวจรักษาดูอาการของผู้ป่วย ให้คำปรึกษาคำแนะนำแก่ญาติหรือผู้ดูแลผู้ป่วย และให้กำลังใจพร้อมมอบชุดของเยี่ยมให้แก่ผู้ป่วย อาทิ แป้ง สบู่ ผ้าเช็ดตัว
โดยปกติเซลล์ต่าง ๆ ในร่างกาย มักจะเริ่มเสื่อมในช่วงอายุ 30 ปี โดยอาการเสื่อมจะค่อย ๆ เกิดขึ้น ส่วนในวัยเด็ก วัยรุ่น และวัยทำงาน อาการเสื่อมมักเกิดขึ้นจากพฤติกรรมในชีวิตประจำวันที่ส่งผลให้เกิดความเสื่อมตัวการร้ายที่ทำให้ร่างกายเสื่อมไว1. บุหรี่ แอลกอฮอล์ การสูบบุหรี่ 1 มวน เท่ากับทำลายชีวิต 11 นาที ถ้าสูบไป 1 ซอง ก็เท่ากับ 3 ชั่วโมง 40 นาที บุหรี่เป็นสาเหตุของโรคถุงลมโป่งพอง มะเร็งปอดโดยตรง
การสร้างเกราะป้องกัน “ไวรัสโคโรนา” วิธีป้องกัน -ล้างมือให้สะอาดด้วยน้ำและสบู่ หรือใช้แอลกอฮอล์ล้างมือ -สวมหน้ากากอนามัยให้แนบสนิท และถูกต้อง -ดูแลสุขภาพให้แข็งแรง และพักผ่อนให้เพียงพอ -กินอาหารปรุงสุกใหม่ และใช้ช้อนกลาง การปฏิบัติตัว -เลี่ยงการอยู่ในสถานที่แออัด และไม่อยู่ใกล้ชิดผู้ป่วย -เลี่ยงการสัมผัสกับผู้ป่วย -ไม่ใช้ของส่วนตัวร่วมกับผู้อื่น -เลี่ยงการเดินทางไปในที่ที่มีการระบาด * * หากบุคคลที่มีโรคประจำตัว เด็ก ผู้สูงอายุ หากมีอาการเบื้องต้น เช่น มีไข้ ไอ เจ็บคอ น้ำมูกไหล
วันที่ 19 กุมภาพันธ์ 2563 เวลา 09:00 น. ที่ ห้องประชุมโรงเรียน อบจ.บ้านตลาดเหนือ (วันครู 2502) นางสาวชุติมา สนิทเปรม รองปลัดองค์การบริหารส่วนจังหวัด เป็นประธานเปิดโครงการ โดยมี นางสาวปริตตา ทิพย์กองลาศ ผู้อำนวยการกองแผนและงบประมาณ รักษาราชการแทน ผู้อำนวยการกองสาธารณสุข กล่าวรายงานวัตถุประสงค์ วิทยากรจากโรงพยาบาลวชิระภูเก็ต เจ้าหน้าที่ อบจ.ภูเก็ต และบุคลากรครูและนักเรียนโรงเรียน อบจ.บ้านตลาดเหนือ (วันครู 2502)
วันที่ 19 กุมภาพันธ์ 2563 โรงพยาบาล อบจ.ภูเก็ต ร่วมกับภาคบริการโลหิตแห่งชาติ จังหวัดภูเก็ต ได้จัดหน่วยเคลื่อนที่มารับบริจาคโลหิต เพื่อเข้าร่วมโครงการ “Plus 1 เพิ่มจำนวนครั้ง เพิ่มโลหิต เพิ่มชีวิต (Plus One Blood Donation More Blood More Lives)” เพื่อจัดหาโลหิตสำรองไว้ใช้แก่ผู้ป่วยในจังหวัดภูเก็ต และจังหวัดใกล้เคียง ทั้งนี้ ได้รับโลหิตบริจาคจาก เจ้าหน้าที่ รพ.อบจ.ภูเก็ต และประชาชนทั่วไป
เนื่องในวันวาเลนไทน์ วันที่ 14 กุมภาพันธ์ของทุกปี กรมควบคุมโรค ได้กำหนดการรณรงค์ป้องกันโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ และการติดเชื้อเอชไอวี ตลอดช่วงเดือนกุมภาพันธ์ โดยเน้นการสื่อสารประชาสัมพันธ์สร้างความรู้ ความเข้าใจ เสริมสร้างความตระหนัก ในการป้องกันตนเอง และคู่ให้ปลอดภัยจากการติดเชื้อโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ และโรคเอดส์(HIV) ตลอดจนส่งเสริมการใช้ถุงยางอนามัย ให้เป็นเรื่องปกติในการดูแลสุขภาวะทางเพศ รวมถึงการมีความรับผิดชอบต่อคู่ และสังคมโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ 1. โรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์สามารถเป็นได้ทุกเพศทุกวัยทุกชนชั้น แต่พบมากในหมู่วัยรุ่น 2. อัตราการติดเชื้อของโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์พบมากขึ้น เนื่องจากวัยรุ่นมีค่านิยมที่จะอยู่ก่อนแต่งงาน หรือนิยมมีเพศสัมพันธ์ตั้งแต่อายุยังไม่มาก และที่สําคัญมีการหย่า ล้างสูงทําให้คนมีสามีหรือภรรยาหลายคน ทําให้โรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์เพิ่มมากขึ้น 3. โรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์โดยมากมักจะไม่เกิดอาการ
วันที่ 12 กุมภาพันธ์ 2563 เวลา 07.00 น. ฝ่ายส่งเสริมสุขภาพและควบคุมโรค กองสาธารณสุข อบจ.ภูเก็ต ลงพื้นที่ตรวจคัดกรองความเสี่ยงโรคเบาหวานและความดันโลหิตสูงแก่ประชาชนที่มีอายุ 35 ปีขึ้นไป จัดให้บริการตรวจวัดความดันโลหิต การวัดค่าน้ำตาลในเลือด และการวัดเส้นรอบพุง และให้คำปรึกษาปัญหาสุขภาพ เพื่อค้นหากลุ่มเสี่ยงต่อโรคเบาหวาน ความดันโรคอ้วน และให้กลุ่มเสี่ยงได้รับการดูแล มีการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพอย่างถูกต้อง ณ ชุมชนสะพานร่วม 2 ภาพกิจกรรม
กระทรวงสาธารณสุข โดยกรมควบคุมโรค ดำเนินการเฝ้าระวังคัดกรอง และป้องกันควบคุมโรค ดังนี้ 1) ทำการคัดกรองผู้ที่เดินทางมาจากประเทศจีนแผ่นดินใหญ่ ณ ด่านควบคุมโรคติดต่อระหว่างประเทศใน 6 ท่าอากาศยาน ได้แก่ ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ดอนเมือง เชียงใหม่ เชียงราย ภูเก็ต และกระบี่2) แจ้งให้สถานพยาบาลทำการคัดกรองผู้ป่วยที่มีอาการไข้ ร่วมกับมีอาการระบบทางเดินหายใจ เช่น ไอ เจ็บคอ มีน้ำมูก หายใจเหนื่อยหอบ และมีประวัติการเดินทางจากประเทศจีนแผ่นดินใหญ่ ภายใน 14
